วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ประกาศนียบัตร DELF และ DALF


ประกาศนียบัตร DELF และ DALF
ประกาศนียบัตรความรู้ทางด้านภาษาฝรั่งเศสขั้นพื้นฐาน (DELF) และประกาศนียบัตร ความรู้ทางด้านภาษาฝรั่งเศสขั้นสูง (DALF) นี้ เป็นประกาศนียบัตรที่รับรองความรู้ ภาษาฝรั่งเศส ในฐานะภาษาต่างประเทศ ซึ่งรับรองอย่างเป็นทางการโดย ระทรวงศึกษาธิการ ของฝรั่งเศส ประกาศนียบัตรที่มีผลบังคับรับรองตลอดชีวิตทั้งสองระดับนี้ เป็นที่ยอมรับ ในประเทศฝรั่งเศส และทั่วโลก สามารถนำไปแสดงระดับความสามารถทางภาษาฝรั่งเศส กับนายจ้างได้ ในการวัดระดับของประกาศนียบัตรความรู้ ทางด้านภาษาฝรั่งเศสขั้นพื้นฐาน (DELF) และประกาศนียบัตรความรู้ทางด้านภาษาฝรั่งเศสขั้นสูง (DALF) ประกอบด้วย ประกาศนียบัตรซึ่งไม่เกี่ยวเนื่องต่อกัน 6 ระดับ โดยประกอบกันเป็น 6 ระดับตามมาตรฐาน อ้างอิงร่วมกัน ของสหภาพยุโรป สำหรับภาษาต่างๆ และปรับให้เข้ากับทุกคน ประกาศนียบัตร แต่ละใบจะเป็นการทดสอบที่เทียบเท่ากับการทดสอบทักษะ 4 ด้าน คือ ความเข้าใจกับการพูด ความเข้าใจกับการเขียน

เหตุผลโง่ๆ ที่ผู้ชายงี่เง่าชอบอ้าง ™

ผู้ชายสมัยนี้ ว่าหายากแล้ว ไอ้ที่มีอยู่ในมือนั้น ก็แสนจะสร้างความรำคาญใจได้ทุกวี่ทุกวัน ครั้นจะเลิกก็กลัวจะหาไม่ได้อีก แถมแต่ละวัน ยังต้องรับมือ กับคำพูดกวน(ที)นทุกวัน ข้ออ้างสารพัด คุณผู้ชายขาาาาาา คุณรู้บ้างหรือไม่ ที่คุณชอบว่า ว่าเรางี่เง่า แต่จริงๆ แล้วคุณน่ะ (โครต) งี่เง่าเช่นกัน...ไม่เชื่อมาดูเลย แล้วบอกมา ว่ามันไม่จริง!!!

1. งานเยอะ ประโยคยอดฮิต ที่คุณผู้ชายมักหยิบมาใช้อยู่เสมอ เพราะพวกมันคิดว่า นี่คือคำที่พูดแล้ว ผู้หญิงมีสมองอย่างเรา ต้องเข้าใจทันที และไม่อิดออดอ้อนวอน ให้มาหา แต่พอเราบอกมันว่า งานเยอะ มันถามว่า อยากเลิกใช่มั้ย??


2. ไม่มีตังค์! แค่จะชวนออกมาเจอหน้ากัน อย่างมากก็กินไอติม กินข้าวธรรมดา มันคงไม่ได้มื้อละ สี่ซาห้าพันซะเมื่อไหร่ จริงมั้ย..

3. รถเสีย! ไปไม่ได้จริงๆ รถมันเสียเนี่ย แล้วจะให้ไปได้ไง ...โห..พูดมาได้ รถเมล์ รถแท็กซี่ รถตู้ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน มอไซด์ จะเอาไรอีก มันยากตรงไหน ทีเมื่อก่อน ดึกดื่นแค่ไหนมาได้ เดี๋ยวนี้สามทุ่มมันบอกจะนอน ง่วง!

4. เดี๋ยวโทรกลับ คำว่าเดี๋ยวเค้าใช้กับระยะเวลาสั้นๆ เป็นนาที แต่มันเล่นเป็นวัน บางทีข้ามวันข้ามคืนซะอย่างนั้น พอเรางอน ไม่โทรไปมันกลับด่า ว่าแล้วทำไมไม่โทรมาก่อนล่ะ ลืมนิ่... ดูมั๊น...กลายเป็นเราผิดซะอย่างงั้น

5. จะดูบอล โห..คืนนี้บอลคู่ใหญ่นะ พลาดไปเสียดายแย่ เราก็ต้องยอม แต่เราบอกไม่ไปบ้าง จะดูละครตอนอวสาน จะบ้าหรอ อย่ามาทำตัวน้ำเน่าน่า....??

6. เมื่อเราชวนไปดูคอนเสิร์ต โอ๊ย..คนเยอะ น่าเบื่อจะตายอย่าไปเลย เมื่อเราชวนไปดูหนัง โอ๊ย..เรื่องนี้ใครเค้าดูกัน อยากเข้าไปแล้วโดนผีหลอกในโรงหรอ... แล้วมึงจะเอาไง..??

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Salt

คนที่ชอบทานอาหารรสเค็มจัด คงต้องหักห้ามใจเหยาะเกลือลงในอาหารเมนูโปรดของคุณให้น้อยลง เพราะเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สถาบันวิจัยทางการแพทย์ของอังกฤษได้รายงานว่า การลดการบริโภคเกลือโดยเฉลี่ย 6 - 9.5 กรัมต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจได้ 10 เปอร์เซ็นต์ และช่วยลดปัญหาหลอดเลือดอุดตันลงได้ถึง 13 เปอร์เซ็นต์ ผลการวิจัยดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลอังกฤษกระตือรือร้นที่จะวางแผนจำกัดมาตรฐานการบริโภคเกลือของคนอังกฤษในปี 2010 ให้ลดลงถึง 6 กรัมต่อวัน และหากรัฐบาลสามารถดำเนินการโครงการนี้ได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ กลุ่มประเทศยุโรปและนานาประเทศก็มีแนวโน้มที่จะนำโครงการต้นแบบของอังกฤษไปใช้กับประเทศของตนเองในอนาคตอันใกล้ โซเดียมคลอไรด์ หรือ เกลือ ประกอบด้วยโซเดียม 40 เปอร์เซ็นต์ และคลอไรด์อีก 60 เปอร์เซ็นต์ ร่างกายของเราต้องการโซเดียม เพื่อช่วยรักษาความสมดุลในร่างกายให้ทำงานได้เป็นปกติ และทำหน้าที่เป็นเหมือนระบบประสานงานในร่างกายก็จริงอยู่ แต่ทว่าในแต่ละวัน เราอาจจะบริโภคเกลือมากเกินไปโดยที่ไม่รู้ตัว ทั้งที่จริงแล้วปริมาณเกลือเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอสำหรับการทำงานของระบบร่างกาย การบริโภคเกลือในปริมาณมากเกินไปจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดหัวใจ เมื่อร่างกายของคนเราได้รับเกลือปริมาณมาก ปริมาณโซเดียมที่มากเกินพอดีจะทำให้ร่างกายเก็บรักษาน้ำมากขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะความดันสูงในหลอดเลือด นอกจากนี้คุณเคยทราบไหมว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของการบริโภคเกลือเกินความจำเป็นมีสาเหตุมาจากกระบวนการปรุงอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารตะวันตก (ที่เราคิดว่ารสชาติไม่เค็มจนเกินไป) อย่างเนื้อที่ผ่านกระบวนการหมักพร้อมปรุง ชีส ธัญพืช ขนมปัง และมันฝรั่งทอดกรอบสำเร็จรูป หรือแม้อาหารไทยที่มีน้ำปลาเป็นเครื่องปรุงรสสำคัญ ถึงจะเป็นงานวิจัยแบบเรื่องเก่าเล่าใหม่ แต่ก็ส่งผลดีและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคไม่น้อย เพราะทันทีที่ได้รับการเผยแพร่ รายงานการวิจัยฉบับนี้ก็ได้มีส่วนกระตุ้นให้อุตสาหกรรมอาหารลดปริมาณเกลือในขั้นตอนการผลิตของตนเองลง และยังทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงอันตรายจากการรับประทานอาหารรสเค็มกันมากขึ้น

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

WoW





4 วิธีป้องกันการเป็น ‘ปลาทอง’

เสมอ ก่อนที่คุณจะมีความจำสั้นแค่ 3 วินาทีเหมือนปลาทอง มี 4 วิธีง่ายๆ ที่คุณทำได้เองตั้งแต่ตอนนี้มาฝาก

1. กินอาหารที่มีประโยชน์
สถาบันประสาทวิทยาแห่งสหรัฐฯ รายงานว่า การกินผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ส้ม ผักโขม แครอท บร็อค-โคลี มะเขือเทศ ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดสโตรคถึง 11% แถมยังช่วยบำรุงให้เซลล์สมองสามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่วิตามินบีโดยเฉพาะ บี12 และกรดโฟลิกช่วยลดการเสี่ยงในการเป็นโรคความจำเสื่อมได้อีกด้วย

2. ออกกำลังกาย
เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนที่อยากมีสุขภาพดี การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือบอดี้คอมแบต ช่วยให้ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานดีขึ้น และช่วยกำจัดไขมันที่เกาะตามเส้นเลือด นั่นหมายความว่าเลือดจะสามารถนำออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงสมองได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง การออกกำลังกายยังช่วยให้คุณนอนหลับสนิท ทำให้สมองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องถึงขนาดวิ่งวิบากก็ได้ครับ แม้แต่การรำมวยจีน โยคะ ก็ช่วยให้พัฒนาสมองได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน แต่อย่าลืมดื่มน้ำหลังการออกกำลังกายด้วย เพราะการขาดน้ำอาจทำให้สมองทำงานได้ไม่เต็มที่

3. ออกกำลังสมอง
ถ้าอยากให้ร่างกายแข็งแรงก็ต้องออกกำลังกาย เช่นเดียวกัน ถ้าอยากให้สมองแข็งแรงก็ต้องออกกำลังสมอง พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้สมองนั่นแหละ มีหลายวิธีที่ทำให้สมองของคุณได้ใช้งาน เช่น การเล่นหมากรุก การอ่านหนังสือ การเล่นเกมอักษรไขว้ อย่ากลัวที่จะเรียนภาษาใหม่ๆ หรือเรียนดนตรีตอนอายุมากแล้ว เพราะนั่นเป็นการออกกำลังสมองอย่างดีเลยละครับ ต่อให้คุณมีระบบจดจำหมายเลขโทรศัพท์แล้ว ลองจำหมายเลขโทรศัพท์ของคนใกล้ชิดไว้ในสมองสิครับ หรือเวลารถติดก็ลองเอาเลขป้ายทะเบียนรถคันข้างหน้ามาบวกลบคูณหารกัน สมองมีไว้ใช้ ถ้าไม่ใช้ก็มีแต่จะเสียมันไปเท่านั้น

4. หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า
นึกถึงตอนที่คุณเมาจนจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนคุณทำตัวน่าอายแค่ไหนนั่นแหละครับ แม้จะเป็นเพียงแก้วสองแก้ว แอลกอฮอล์ก็สามารถไปรบกวนการสร้างความจำระยะยาว (Long-term memories) ได้เหมือนกัน การวิจัยอีกหลายชิ้นก็ชี้ว่า ยิ่งดื่มแอลกอฮอล์มากเท่าไรก็ยิ่งเสี่ยงต่อการทำลายความจำมากขึ้น เห็นแบบนี้แล้วอย่าใช้มันเป็นข้ออ้างในการดื่มเพื่อลืมเธอเลยนะคุณ ใจก็เสียไปแล้ว อย่าให้สมองเสียไป

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เชคอาการปวดท้อง


ปวดท้องด้านขวาตอนบน ความเจ็บปวดในบริเวณด้านขวาตอนบนของ ช่องท้อง มักเกิด จากโรคตับและถุงน้ำดี ปวดท้องบริเวณแอ่งกระเพาะอาหาร แอ่งกระเพาะอาหาร คือ บริเวณที่ อยู่ใต้ซี่โครงลงมา การเจ็บปวดบริเวณนี้มักเกิดจากการแสบกระเพาะอาหาร และอาการไม่ย่อย โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบอาจเกิดขึ้นในบริเวณนี้ได้ เช่นเดียวกัน บางครั้งโรคต่างๆที่เกิดขึ้นที่ถุงน้ำดีก็อาจเกิดขึ้นในบริเวณ ส่วนท้องที่เป็นแอ่งได้ ปวดท้องส่วนกลาง ส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุมาจากโรคที่เกิดขึ้นที่ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้อาการปวดท้องที่บริเวณนี้อาจเกิดจากไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งมักเริ่มขึ้นที่บริเวณนี้ก่อนเสมอ แล้วจึงเลื่อนมาเป็นส่วนล่าง ปวดท้องด้านซ้ายตอนบน อาจมีสาเหตุมาจากโรคต่างๆ ที่เกิดในลำไส้ใหญ่ เช่น โรคท้องผูกหรืออาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อลำไส้ใหญ่ แต่หากมีอาการ แสบกระเพาะอาหาร นั่นหมายถึงอาจเกิดจากกรดและอาการเจ็บปวด เนื่องจากแผลในกระเพาะ ปวดท้องด้านขวาตอนล่าง อาจเป็นอาการของไส้ติ่งอักเสบอย่างเฉียบพลัน อาการอักเสบของลำไส้ ปวดท้องด้านซ้ายตอนล่าง อาการปวดที่เป็นลักษณะปวดและคลายสลับกันพร้อมกับ อาการท้องร่วง หรือเกิดจาก อาการท้องผูก อาจเกิดจากโรคถุงตันที่ลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis)
ครั้งหน้าปวดท้อง อย่าลืมตรวจดูว่าอาการปวดท้องนั้นเกิดจากอะไร จะได้รักษาได้ถูกอาการ..

PoR

PoR

i like tinker bell

i like tinker bell