วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2552

น้ำตาเทียม

ภญ.อัมพร อยู่บาง เขียนบทความอรรถาธิบาย สรุปความว่า น้ำตาเทียม (artificial tears) ใช้หล่อลื่นดวงตาเพื่อบรรเทาอาการตาแห้ง ที่จะมีอาการแสบตา ตาแดง เคืองตา รู้สึกแห้งฝืด บางครั้งมีขี้ตาเป็นเส้นๆ เมือกๆ ลืมตายาก อาการมักเป็นมากในช่วงบ่ายๆ เย็นๆ หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ทำให้น้ำตาระเหยง่าย เช่น แสงจัด ความร้อน ความชื้นต่ำ (ห้องปรับอากาศ) ควัน ลมแรง หรือใช้สายตาเป็นเวลานาน เช่น อ่านหนังสือ ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ (เพราะต้องลืมตานาน ทำให้กะพริบตาลดลง) หากเป็นเรื้อรัง ขี้ตาเป็นเมือกติดแน่นที่กระจกตา ทำให้ผิวตาดำไม่เรียบ ติดเชื้อง่าย จะทำให้เกิดแผล ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ดี จะทำให้แผลอักเสบถึงตาบอดได้ น้ำตาเทียมต่างจากน้ำตาธรรมชาติ ดังนี้ น้ำตาธรรมชาติ ในภาวะปกติน้ำตาสร้างมาจากต่อมน้ำตา ต่อมภายในเยื่อบุตา ต่อมบริเวณโคนขนตา ตลอดจนต่อมภายในหนังตา แต่ละต่อมสร้างน้ำตาต่างชนิดกัน โดยเรียงเป็น 3 ชั้น ชั้นนอกเป็นชั้นไขมัน มีหน้าที่ป้องกันการระเหยของน้ำ ชั้นกลางเป็นน้ำ เป็นชั้นที่หนาที่สุด เป็นตัวที่ให้อาหารและออกซิเจนหล่อเลี้ยงแก้วตา ชั้นที่ชิดผิวตาเป็นชั้นเมือก มีหน้าที่ปรับสภาพของกระจกตา ทำให้น้ำตากระจายตัวได้อย่างรวดเร็วเวลากะพริบตา น้ำตามีหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นแก่กระจกตาและเยื่อบุตาขาว ปรับสภาพของกระจกตาให้เรียบ ทำให้เกิดการหักเหของแสงที่สม่ำเสมอ ทำ ให้มองเห็นชัด เจน ป้องกันการติดเชื้อของกระจกตา ชะล้างสิ่งแปลกปลอม เป็นแหล่งอาหารให้กับผิวดวงตา เนื่องจากกระจกตาเป็นอวัยวะที่ไม่มีหลอดเลือดมาเลี้ยง จึงต้องอาศัยออกซิเจนจากอากาศและน้ำตาที่เต็มไปด้วยเกลือแร่ วิตามินเอ วิตามินอี สารต้านจุลชีพ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยให้ผิว ดวงตาอยู่ในสภาพปกติ หากขาดสารเหล่านี้พื้นผิวดวงตาจะแห้งและหลุดลอกได้ง่ายน้ำตาเทียมเป็นสารสังเคราะห์ที่ถูกผลิตขึ้นให้คุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติมากที่สุด มีส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วน 1.hydrogel หรือ polymer ช่วยเพิ่มความหนืดให้น้ำตาเทียม เพื่อให้ฉาบอยู่ที่กระจกตานานขึ้น เพิ่มความสบายและความชุ่มชื่นให้กระจกตา แต่ถ้าน้ำตาเทียมยี่ห้อใดมีความหนืดมากก็จะทำให้ระยะเวลาที่น้ำตาเทียมฉาบอยู่บนกระจกตานานขึ้น อาจทำให้มี อาการตามัว มองไม่ชัดหลังหยอดตาระยะแรก2.สารกันเสีย ช่วยให้น้ำตาเทียมคงสภาพได้นาน และป้องกันการเติบโตของจุลชีพ ที่อาจปนเปื้อนเข้าไปขณะหยอด ทำให้สามารถเก็บได้นานประมาณ 1 เดือนหลังจากเปิดขวด 3.บัฟเฟอร์ (buffer) เป็นส่วนผสมที่ช่วยปรับสมดุลขององค์ประกอบอื่นในน้ำตาเทียม ปรับความเป็นกรดด่างให้พอเหมาะ ช่วยคงสภาพของน้ำตาเทียม 4.ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น glycine, magnesium chloride, sodium chloride, zinc, calcium chloride, sodium borate เพื่อให้น้ำตาเทียมมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติมากที่สุด การใช้น้ำตาเทียมไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงต่อดวงตา ในรายที่ไวหรือแพ้สารกันเสีย ซึ่งมีอยู่ในยาหยอดตาทุกชนิดที่เป็นขวดใหญ่ ก็เลือกใช้น้ำตาเทียมที่ปราศจากสารกันเสียซึ่งบรรจุอยู่ในหลอดขนาดเล็กที่ใช้ได้วันต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากมีอาการตาแห้ง การไปตรวจสุขภาพดวงตากับจักษุแพทย์อย่างละเอียดเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ควรซื้อน้ำตาเทียมมาใช้เองเป็นเวลานานๆ โดยไม่หาสาเหตุที่แท้จริงของอาการตาแห้ง

แฟน 7 แบบ ที่ควรเขี่ยทิ้ง


1. แฟนประเภทชอบรื้อฟื้น เช่น คบกันอยู่ดีๆ แต่วันร้ายคืนสยองเขากลับ มักพูดถึงแต่แฟนเก่า ว่าเป็นคนอย่างงั้น อย่างโน้น นัยว่าหล่อน เป็นแม่พิมพ์ประจำใจเขานั่นแหละ แถมเล่าแล้วไม่เล่าเปล่าเสียด้วยนะ มีการจับทั้งแฟน ปัจจุบันกับอดีตหวานใจมาเปรียบเทียบซะกระเจิด กระเจิง แล้วไอ้ที่เขาพูดๆ พล่ามๆ เรื่องรักเก่าสมัย ม.3 อะไรเนี่ย มันเป็นสิ่งสร้างสรรค์ หรือทำให้รักปัจจุบัน เหนียวแน่นหรือก็เปล่าเลย ยิ่งเห่า เอ้ย ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้แฟนคนล่าสุดหมดกำลังใจไปเรื่อยๆ แถมดีไม่ดี เขาอาจเก็บภาพสมัยที่เคยระเริงรักกับแฟนเก่า ซึ่งซุกไว้ในเอ็กซ์ไฟล์ ส่วนตัวมาเปิดดูบ่อยๆ โดยที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ แล้วอย่างนี้จะให้รักกันไหวไหมล่ะ
2. แฟนชอบโกหกจนเป็นสันดาน ข้อนี้คงไม่ต้องอาศัยคำอธิบายอะไรให้มาก เพราะ ใครบ้าง ที่ไม่รู้อยู่แก่ใจว่า การโกหก คือยาพิษที่ บ่อนทำลายความรักได้ง่ายและฉับไวที่สุด บ้างนะ เหตุนี้ ถ้ามีแฟนจัดเข้าข่ายเป็นพวกโก-Six หรือมุสาวาจา เป็นกิจวัตร หรือพวกชอบโชว์มาด “มือถือสาก ปากถือศีล” ล่ะก็ ถ้าไม่เลิกกันวันนี้ พรุ่งนี้ ก็คงมะรืนนี้แหละ สักวันนึงย่อมทนกันไม่ได้อยู่ดี
3. แฟนเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า แบบว่า เผลอเป็นไม่ได้ ต้องสะเหร่อแบ่งกายไปเบียด คนอื่นอยู่เรื่อย แต่ใช้ข้ออ้างเดิมๆ ว่า เพราะเด็กมันยั่ว เลยหลวมตัวนอตหลุด งั้นเชิญไปไขก๊อกกันทุกคืนเลยแล้วกัน เราอย่าลดตัว เป็นมารคอหอยเขาหน่อยเลย
4. แฟนที่ไม่สนว่า จำเป็นต้องเอาใจคนรักอะไร กันนักหนา เอ้...ถ้าไม่รู้จักเอาใจสวีตฮาร์ท แล้วจะให้อีกฝ่ายคอย แต่เอาใจใส่เขาหรือยังไง หากรักกันจริงก็ควรเทกแคร์กันสิเพ่ เทกแคร์น่ะแปลว่า ดูแลเอาใจใส่ไม่ ใช่ไม่เห็นจำเป็นต้องไปเหลียวแล เค้าว่า ความรักคือการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้แก่กันไม่ใช่หรือ? แล้วเคยให้กันบ้างไหม?
5. แฟนไม่เคยมีเวลาให้ รวมไปถึงชอบผิดนัด นิยมบอกปัด อ้างงานเยอะ แม้แต่วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ไม่รู้หายหัวไปไหน ขืนเป็นงี้ แล้วจะเป็นแฟนกันไปทำไม? จะเป็นเพื่อนหรือเป็นแฟนก็แปะเอี้ย (เหมือนกัน) ไม่เห็นมีอะไรต่าง นอกจากอยากเป็นแฟนเฉพาะทางโทรศัพท์ก็ว่าไปอย่าง
6. แฟนไม่เคยทำตามสัญญา ให้ความหวังด้วยลมปากเป็นอย่างเดียว แต่ทำให้หวังเป็นจริง ไม่ได้ก็แย่
7. แฟนที่ชอบตอกย้ำซ้ำเติมปมด้อยให้น้อยเนื้อต่ำใจได้ตลอดเวลา เอ๊ะ ถ้าไม่เห็นเรามีดีแล้วตกลงมารักกันให้เจ็บๆคันๆ ทำไมเหรอ ถ้ารักแล้ว พูดจาภาษาดอกไม้ หาเรื่องดีๆ เป็นสิริมงคลมาคุยกันไม่ได้ งั้นหันมาเป็นศัตรูกันยังเก๋ซะกว่า นี่ล่ะหนา ถึงอยากถามใครต่อใคร ว่าก่อนจะรัก หล่อนพร้อมจะเจ็บกระดองใจหรือยังจ๊ะ.

10 สิ่งที่ผู้ชายชอบ

ผู้ชาย ชอบให้ผู้หญิง ทำอย่างไร ?
1. ชอบ ผู้หญิงที่ให้เกียรติตนโดยเฉพาะต่อหน้าผู้อื่น (รู้สึกได้หน้าที่ผู้หญิงอยู่ใน control )
2. ชอบ ผู้หญิงพูดจาหวาน ๆ ไพเราะ ยิ้มหวาน (รู้สึกเหมือนมีคนกำลังให้บริการไงจ๊ะ )
3. ชอบ ผู้หญิงที่สดชื่นสดใส ร่าเริง มีอารมณ์ขันบ้าง (รู้สึกความเครียดที่โดนเจ้านายว่าหดหาย )
4. ชอบ ผู้หญิงเอาอกเอาใจเก่งในทุกเรื่อง ( เขาจะได้รู้สึกเหมือนอาเสี่ยไง )
5. ชอบ ผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจ อบอุ่น อยากอยู่ใกล้ ๆ (เป็นสิ่งที่เขาโหยหาตลอดเวลาแต่ไม่กล้าเปิดเผย )
6. ชอบ ผู้หญิงแกล้งโง่ แต่เก่ง มีความรู้ ความสามารถ (เขาจะได้รู้สึกมีความภูมิใจเหลืออยู่บ้างไง )
7. ชอบ ผู้หญิงงอนนิด ๆ ( เขาจะได้ง้อได้ไง แต่อย่าให้ง้อบ่อยจนเขาเบื่อล่ะ )
8. ชอบ ผู้หญิงที่แต่งตัวดูเรียบร้อย แต่แฝงด้วยความเซ็กซี่ มีเสน่ห์ และโรแมนติก ( เพื่อนและคนใกล้ชิดได้อิจฉาไง )
9. ชอบ ผู้หญิงออเซาะเก่ง (คิดว่าเขาเป็นรัฐมนตรีต้องออเซาะโครงการถึงจะได้รับการอนุมัติ )
10. ชอบ ผู้หญิงไฟแรงสูง ( พุ่งเป็นจรวดนำวิถีไงล่ะ ... ระวังไฟช็อตนะจ๊ะ )

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สุดยอดถนน





วันสำคัญที่สาวเกาหลีกรี๊ดดด!

ไหนๆ ก็เกาหลีครองเมือง กันขนาดนี้ แล้ว ไปดูดีกว่าว่านอกจาก ดารานักร้อง อาหารเกาหลี แล้ว จำพวกวันสำคัณที่สาวๆเกาหลีเค้ากรี๊ดกร๊าดกันมีวันอะไรกันบ้าง!

14
มกราคม Diary Day

เป็นวันที่คู่รักจะมอบสมุดไดอารี่ให้แก่กัน

14 กุมภาพันธ์ Valentine's Day

วันแห่งความรักอย่างที่รู้ๆกันอยู่ใช่มะ วันนี้คู่รักฝ่ายหญิงจะเป็นคนมอบช็อกโกแลตให้กับฝ่ายชาย

14
มีนาคม White Day

วันนี้ฝ่ายชายจะมอบช็อกโกแลตคืนให้ฝ่ายหญิงละ

14 เมษายน Black Day

เป็นวันสำหรับผู้ที่ยังไม่มีคนรักจะมารวมตัวกันเพื่อกินก๋วยเตี๋ยวเส้นสีดำด้วยกัน - -"

14
พฤษภาคม Yellow Day

วันสำหรับผู้ที่ยังไม่มีคนรักแล้วพลาดโอกาสไม่ทันได้กินก๋วยเตี๋ยวเส้นสีดำในวัน Black Day

มารวมตัวกันกินข้าวราดแกง(คาดว่าน่าจะเป็นสีเหลืองนะ เลยเรียก Yellow Day)

วันนี้ยังเป็นวัน Rose Day หรือวันที่คู่รักมอบดอกกุหลาบให้แก่กันอีกด้วย

14
มิถุนายน Kiss Day

วันที่คู่รักจุมพิตกัน เพื่อยืนยันความรักที่มีต่อกัน

14
กรกฏาคม Silver Day

วันที่คู่รักแลกแหวนเงินกัน เพื่อเป็นสัญญาแห่งอนาคต

14
สิงหาคม Music Day

วันที่คู่รักมอบเทปเพลงรักให้กันและกัน

14
กันยายน Photo Day

วันที่คู่รักถ่ายภาพร่วมกัน เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความรักของตน

14
ตุลาคม Wine Day

วันที่คู่รักดื่มไวท์ด้วยกัน

14
พฤศจิกายน Hug Day

เป็นวันที่คู่รักแสดงความรักด้วยการกอดกัน นอกจากนี้ยังเป็นวัน Movie Day

หรือวันที่คู่รักจูงมือพากันไปดูหนังอีกด้วย

14 ธันวาคม Money Day

วันที่คู่รักใช้เงินซื้อของหรือใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยให้กับคนรักของตน

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ประกาศนียบัตร DELF และ DALF


ประกาศนียบัตร DELF และ DALF
ประกาศนียบัตรความรู้ทางด้านภาษาฝรั่งเศสขั้นพื้นฐาน (DELF) และประกาศนียบัตร ความรู้ทางด้านภาษาฝรั่งเศสขั้นสูง (DALF) นี้ เป็นประกาศนียบัตรที่รับรองความรู้ ภาษาฝรั่งเศส ในฐานะภาษาต่างประเทศ ซึ่งรับรองอย่างเป็นทางการโดย ระทรวงศึกษาธิการ ของฝรั่งเศส ประกาศนียบัตรที่มีผลบังคับรับรองตลอดชีวิตทั้งสองระดับนี้ เป็นที่ยอมรับ ในประเทศฝรั่งเศส และทั่วโลก สามารถนำไปแสดงระดับความสามารถทางภาษาฝรั่งเศส กับนายจ้างได้ ในการวัดระดับของประกาศนียบัตรความรู้ ทางด้านภาษาฝรั่งเศสขั้นพื้นฐาน (DELF) และประกาศนียบัตรความรู้ทางด้านภาษาฝรั่งเศสขั้นสูง (DALF) ประกอบด้วย ประกาศนียบัตรซึ่งไม่เกี่ยวเนื่องต่อกัน 6 ระดับ โดยประกอบกันเป็น 6 ระดับตามมาตรฐาน อ้างอิงร่วมกัน ของสหภาพยุโรป สำหรับภาษาต่างๆ และปรับให้เข้ากับทุกคน ประกาศนียบัตร แต่ละใบจะเป็นการทดสอบที่เทียบเท่ากับการทดสอบทักษะ 4 ด้าน คือ ความเข้าใจกับการพูด ความเข้าใจกับการเขียน

เหตุผลโง่ๆ ที่ผู้ชายงี่เง่าชอบอ้าง ™

ผู้ชายสมัยนี้ ว่าหายากแล้ว ไอ้ที่มีอยู่ในมือนั้น ก็แสนจะสร้างความรำคาญใจได้ทุกวี่ทุกวัน ครั้นจะเลิกก็กลัวจะหาไม่ได้อีก แถมแต่ละวัน ยังต้องรับมือ กับคำพูดกวน(ที)นทุกวัน ข้ออ้างสารพัด คุณผู้ชายขาาาาาา คุณรู้บ้างหรือไม่ ที่คุณชอบว่า ว่าเรางี่เง่า แต่จริงๆ แล้วคุณน่ะ (โครต) งี่เง่าเช่นกัน...ไม่เชื่อมาดูเลย แล้วบอกมา ว่ามันไม่จริง!!!

1. งานเยอะ ประโยคยอดฮิต ที่คุณผู้ชายมักหยิบมาใช้อยู่เสมอ เพราะพวกมันคิดว่า นี่คือคำที่พูดแล้ว ผู้หญิงมีสมองอย่างเรา ต้องเข้าใจทันที และไม่อิดออดอ้อนวอน ให้มาหา แต่พอเราบอกมันว่า งานเยอะ มันถามว่า อยากเลิกใช่มั้ย??


2. ไม่มีตังค์! แค่จะชวนออกมาเจอหน้ากัน อย่างมากก็กินไอติม กินข้าวธรรมดา มันคงไม่ได้มื้อละ สี่ซาห้าพันซะเมื่อไหร่ จริงมั้ย..

3. รถเสีย! ไปไม่ได้จริงๆ รถมันเสียเนี่ย แล้วจะให้ไปได้ไง ...โห..พูดมาได้ รถเมล์ รถแท็กซี่ รถตู้ รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน มอไซด์ จะเอาไรอีก มันยากตรงไหน ทีเมื่อก่อน ดึกดื่นแค่ไหนมาได้ เดี๋ยวนี้สามทุ่มมันบอกจะนอน ง่วง!

4. เดี๋ยวโทรกลับ คำว่าเดี๋ยวเค้าใช้กับระยะเวลาสั้นๆ เป็นนาที แต่มันเล่นเป็นวัน บางทีข้ามวันข้ามคืนซะอย่างนั้น พอเรางอน ไม่โทรไปมันกลับด่า ว่าแล้วทำไมไม่โทรมาก่อนล่ะ ลืมนิ่... ดูมั๊น...กลายเป็นเราผิดซะอย่างงั้น

5. จะดูบอล โห..คืนนี้บอลคู่ใหญ่นะ พลาดไปเสียดายแย่ เราก็ต้องยอม แต่เราบอกไม่ไปบ้าง จะดูละครตอนอวสาน จะบ้าหรอ อย่ามาทำตัวน้ำเน่าน่า....??

6. เมื่อเราชวนไปดูคอนเสิร์ต โอ๊ย..คนเยอะ น่าเบื่อจะตายอย่าไปเลย เมื่อเราชวนไปดูหนัง โอ๊ย..เรื่องนี้ใครเค้าดูกัน อยากเข้าไปแล้วโดนผีหลอกในโรงหรอ... แล้วมึงจะเอาไง..??

PoR

PoR

i like tinker bell

i like tinker bell